วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

 ไมโครซอฟท์ฮุบยาฮูไม่สำเร็จ
       
       ข่าวที่ฮือฮาที่สุดช่วงต้นปี 2550 คือข่าวไมโครซอฟท์ยื่นข้อเสนอมูลค่า 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเพื่อซื้อกิจการยาฮู เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นมา ข่าวการดิ้นรนของกรรมการบริหารยาฮูที่ต่อต้านการขายหุ้นให้ไมโครซอฟท์ก็ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งดีลนี้ถูกล้มไม่เป็นชิ้นดี
       
       แต่แล้วกรรมการบริหารยาฮูก็ถูกผู้ถือหุ้นฟ้องถึง 7 คดีในข้อหาทำให้บริษัทตกต่ำเพราะไม่ยอมขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์ ผู้ถือหุ้นระบุว่าการปฏิเสธข้อเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์คือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริหาร ซึ่งไม่ยอมเจรจาให้บรรลุข้อตกลงที่ดีกว่า ขณะที่บางส่วนมองว่าการตัดสินใจของกรรมการบริหารยาฮูไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น ใช้กฏหมู่เหนือเหตุและผล
       
       แม้ซีอีโอผู้ร่วมก่อตั้งยาฮูอย่าง "เจอร์รี่ หยาง" จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อสู้ไม่ให้ไมโครซอฟท์เทกโอเวอร์บริษัทได้สำเร็จ แต่หยางก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของยาฮูช่วงเดือนพฤศจิกายน บอร์ดระบุว่าเวลานี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนตัวซีอีโอเพื่อนำพายาฮูให้เติบโตต่อไป ยืนยันว่าตลอดเวลา 18 เดือนที่หยางดำรงตำแหน่งซีอีโอเป็นช่วงเวลาที่ดีของยาฮู ซึ่งหยางจะยังคงเป็นสมาชิกกรรมการบริหารยาฮูและเป็นผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญของยาฮูต่อไป
        
อีก 18 ปีหุ่นยนต์จะทำงานแทนคนญี่ปุ่น 3.5 ล้านคน
       
       มูลนิธิอุตสาหกรรมเครื่องจักรหรือ Machine Industry Memorial Foundation ของญี่ปุ่นเชื่อมั่นว่า ในช่วงปี 2025 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า หุ่นยนต์ทั้งหลายจะสามารถทำงานแทนคนญี่ปุ่นจำนวน 3.5 ล้านคน แบ่งเบาวิกฤติขาดแคลนประชากรวัยทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว อันเนื่องมาจากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นประมาณว่าในปี 2030 ประชากรวัยทำงานของประเทศจะลดลงคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 16 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับจำนวนประชากรวัยชราที่เพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลว่าใครจะเป็นผู้ทำงานซึ่งไม่มีใครต้องการ และปัญหาอื่นๆที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรโดยรวม
       
       จุดนี้มูลนิธิมองว่าหุ่นยนต์จะสามารถเติมเต็มช่องว่างด้านประชากรของญี่ปุ่นได้ส่วนหนึ่ง โดยในรายงานการวิจัยของมูลนิธิระบุว่าหุ่นยนต์ตัวหนึ่งไม่เพียงสามารถทำงานทดแทนมนุษย์หนึ่งคนเท่านั้น แต่หุ่นยนต์ยังช่วยให้มนุษย์ใช้เวลากับสิ่งที่สำคัญกว่าได้มากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังะบุด้วยว่าการพัฒนาหุ่นยนต์ยังต้องมีการปรับปรุงอีกมาก หุ่นยนต์จึงจะสามารถเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการแก้ปัญหาแรงงานญี่ปุ่นได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี นักวิจัยต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า"ชาวญี่ปุ่นจำเป็นต้องพึ่งพาหุ่นยนต์"


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น